วันเสาร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ที่ดินสีลมแพงสุดตารางวาเกือบ 9 แสนบาท

การประกาศราคาที่ดินรอบบัญชีใหม่ พ.ศ. 2555 - 2558 ว่า ขณะนี้ ได้จัดทำบัญชีราคาประเมินที่ดินทั่วประเทศเสร็จเรียบร้อยแล้ว และพร้อมจะประกาศใช้ได้ในวันที่ 1 มกราคม 2555 อย่างแน่นอน ทั้งนี้ ได้ประเมินราคาที่ดินตามมาตรฐานสากล มีการเปรียบเทียบกับราคาซื้อขายที่ดินในตลาด รวมทั้งนำปัจจัยต่างๆ ที่มีอิทธิพลต่อการประเมินราคาที่ดิน เช่น การใช้ประโยชน์ ทำเลที่ตั้ง การคมนาคม สาธารณูปโภค และคุณภาพสิ่งแวดล้อม นอกจากนั้น ยังมีเรื่องของข้อกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้อง อาทิ การผังเมือง การควบคุมอาคาร เพื่อให้ได้ราคาประเมินที่ดินที่สะท้อนมูลค่าที่แท้จริง เป็นธรรม เชื่อถือได้ 
สำหรับการประเมินราคาที่ดินทั่วประเทศนั้น มีอยู่ประมาณ 29.3 ล้านแปลง หรือ 321 ล้านไร่ โดยพบราคาที่ดินทั่วประเทศ เฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้นถึงร้อยละ 21.34 ขณะต่างจังหวัด เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 21.40 ส่วนกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 17.13 บริเวณที่มีราคาประเมินที่ดินสูงสุดของประเทศอยู่ที่กรุงเทพฯ ยังคงเป็นถนนสีลม ตั้งแต่แยกศาลาแดง ไปจนถึงแยกนราธิวาสราชนครินทร์ ตารางวาละ 850,000 บาท รองลงมาเป็นถนนราชดำริ จากแยกราชประสงค์ ถึงคลองแสนแสบ และที่ถนนพระรามที่ 1 จากแยกปทุมวัน ถึงแยกราชประสงค์ และที่ถนนเพลินจิต ตลอดสาย ตารางวาละ 800,000 บาท ส่วนภูมิภาค มีพื้นที่ ที่มีการเปลี่ยนแปลงราคาประเมินที่ดินเพิ่มขึ้นสูงที่สุดอย่างน่าสนใจ คือ จ.นราธิวาส เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 141.09 เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจในพื้นที่ค่อนข้างดี ยางพารามีราคาสูง ส่งผลให้มีกำลังซื้อ รองลงมาเป็น จ.บุรีรัมย์ และ ตราด นอกจากนี้ ในต่างจังหวัดที่มีราคาที่ดินสูงสุดยู่ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ตารางวาละ 400,000 บาท

ขอบคุณข้อมูลจาก sanook

ประกาศใช้ราคาประเมินที่ดินรอบใหม่

กรมธนารักษ์ เลื่อนการประกาศใช้ราคาประเมินที่ดินรอบใหม่ ออกไปอีก 6 เดือน จากกำหนดที่จะประกาศใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2555 เพื่อบรรเทาภาวะความเดือดร้อน จากปัญหาวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ของประเทศ ที่กินพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง 62 จังหวัด
กรมธนารักษ์ ประกาศเลื่อนใช้ราคาประเมินที่ดินรอบใหม่ที่จะใช้ทำธุรกรรมที่ดิน ระหว่างปี 2555 – 2558 หลังที่กรมที่ดินทำหนังสือผ่านกระทรวงมหาดไทย มายังกรมธนารักษ์ ให้คงราคาที่ดิน เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วม โดยในที่ประชุมคณะกรรมการกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์นัดพิเศษ เห็นว่าวิกฤตน้ำท่วมครอบคลุมพื้นที่เป็นบริเวณกว้างใน 62 จังหวัดทั่วประเทศ ทำให้ประชาชนต้องสูญเสียทรัพย์สินจำนวนมาก จึงเห็นควรที่จะเลื่อนประกาศใช้ราคาประเมินที่ดินออกไปออกไปอีก 6 เดือน จากเดิมที่กรมธนารักษ์ที่เตรียมจะประกาศใช้ ในวันที่ 1 มกราคม 2555
ด้าน นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่าการเลื่อนประกาศใช้ราคาประเมินที่ดินจะเป็นผลดีต่อการกระตุ้น เศรษฐกิจในด้านต่างต่างๆ นอกเหนือจากมาตรการต่างๆ ของรัฐ ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ขณะที่กรมธนารักษ์ ระบุว่าการเลื่อนใช้ราคาประเมินที่ดินใหม่ จะทำให้กรมฯ ต้องสูญเสียรายได้จากการจัดเก็บค่าธรรมเนียมในการโอนสิทธิ์ที่ดินประมาณ 6,000 ล้านบาท

ขอบคุณข้อมูลจาก sanook

มาตรการภาษีเพื่อช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ได้รับภัยจากน้ำท่วม

หลังจากน้ำท่วมที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ในวันนี้ (4 ม.ค.) เห็นชอบร่างกฎกระทรวงออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากรที่เป็นมาตรการภาษีเพื่อช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ได้ รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้
1. มาตรการหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กำหนดให้ลดหย่อนภาษีเงินได้สำหรับบุคคลธรรมดาที่เป็นค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม รวมทั้งค่าวัสดุอุปกรณ์ในการซ่อมแซมทรัพย์สินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ที่เป็น ทั้งอาคาร หรือในเขตของอาคาร ห้องชุดในอาคารชุด และทรัพย์สินที่มีการประกอบติดตั้งกับตัวอาคารหรือห้องชุดในอาคารชุด รั้ว หรือประตูรั้ว ไม่เกิน 100,000 บาท โดยทรัพย์สินนั้นจะต้องได้รับความเสียหายที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 25 ก.ค.-31 ธ.ค.54 และอยู่พื้นที่ที่ทางราชการประกาศให้เป็นเขตประสบอุทกภัย โดยได้รับเงินไม่เกิน 100,000 บาท และใช้สิทธิในการยกเว้นภาษีในปี 54 หรือปีภาษี 55 หรือถ้าได้รับสิทธิทั้ง 2 ปี ให้ได้รับสิทธิรวมกันไม่เกิน 100,000 บาท
2. มาตรการหักลดหย่อนภาษีสำหรับค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมรถยนต์ โดยกำหนดให้หักค่าลดหย่อนภาษีโดยการยกเว้นภาษีเงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นค่า ซ่อมแซมรถยนต์ และวัสดุในการซ่อมแซมรถยนต์ไม่เกิน 30,000 บาท ซึ่งต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังนี้
           2.1.เกิดเหตุอุทกภัยตั้งแต่วันที่ 25 ก.ค.-31 ธ.ค.54
           2.2.ต้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ หรือเป็นผู้เช่าซื้อรถยนต์ และต้องอยู่ในพื้นที่ที่ทางการประกาศเป็นเขตอุทกภัย หากมีรถยนต์เกินกว่า 1 คัน ให้ได้รับสิทธิในการยกเว้นภาษีรวมกันทั้ง 2 คัน ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 30,000 บาท