การก่อสร้างเขื่อนในพื้นที่
นิคมอุตสาหกรรม เขตประกอบการอุตสาหกรรมและสวนอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบ 6
แห่ง ภายหลังได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วม
ซึ่งส่วนใหญ่จะเริ่มภายในเดือนกุมภาพันธ์ และจะสิ้นสุดในเดือนสิงหาคม
ในวงเงินรวมทั้งสิ้น
4,833 ล้านบาท
โดยเขตประกอบการอุตสาหกรรมโรจนะ ก่อสร้างเขื่อนระยะทางประมาณ 77.6 กิโลเมตร ใช้งบประมาณ 2,233 ล้านบาท
ซึ่งเริ่มมีแผนในการก่อสร้างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2555
และจะแล้วเสร็จตามแผนในวันที่ 30 กันยายน 2555 นิคมอุตสาหกรรมไฮเทค
ก่อสร้างเขื่อนความยาว 13 กิโลเมตร งบประมาณ 500 ล้านบาท
เริ่มดำเนินการในวันที่ 1มีนาคม 2555 เสร็จสิ้น 31 สิงหาคม 2555
นิคม
อุตสาหกรรมบางปะอิน จะก่อสร้างเขื่อนเป็นระยะทางประมาณ 11 กิโลเมตร
ภายใต้งบประมาณ 728 ล้านบาท โดยเริ่มก่อสร้างในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2555
และจะแล้วเสร็จในวันที่ 31 กรกฎาคม 2555 สวนนิคมอุตสาหกรรมบางกะดี
ความยาวเขื่อนประมาณ 8.5 กิโลเมตร 272 ล้านบาท เริ่มก่อสร้างวันที่ 14
กุมภาพันธ์ 2555 และจะเสร็จสิ้นในวันที่ 31 สิงหาคม 2555
สวนอุตสาห
กรรมนวนคร ก่อสร้างเขื่อนความยาวประมาณ 18 กิโลเมตร เริ่มดำเนินการวันที่
15 กุมภาพันธ์ 2555 แล้วเสร็จ 31 สิงหาคม 2555 โดยมีงบประมาณการก่อสร้าง700
ล้านบาท และนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร จะทำการก่อสร้างเขื่อนความยาว 13
กิโลเมตร ใช้งบประมาณ 400 ล้านบาท โดยมีแผนการก่อสร้างจะเริ่มในเดือนเมษายน
2555 และกำหนดเสร็จสิ้นวันที่ 31 สิงหาคม 2555
อย่างไรก็ตาม
ภาพรวมของการฟื้นฟูนิคมอุตสาหกรรม ทั้ง 6 นิคม ขณะนี้
มีโรงงานประกอบกิจการไปแล้ว 328 ราย คิดเป็น 39.57% ของโรงงานทั้งหมด 838
ราย โรงงานขนาดใหญ่ และวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่ิอม(SME)
เปิดดำเนินการแล้ว 1,009 ราย คิดเป็น 86.29% ของสถานประกอบการทั้งหมด
นาย
ชลิตรัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงปลายไตรมาส 1
คาดว่าจะได้ข้อสรุปของผู้ประกอบการทั้ง 6 นิคม
ว่าจะดำเนินการย้ายฐานการผลิตหรือไม่
ด้านนายขจรศักดิ์ มหคุณวรรณ
ที่ปรึกษา บริษัทสวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด(มหาชน) ระบุว่า
งบประมาณที่ใช้ในการสร้างเขื่อนในนิคม 2,233 ล้านบาท
เป็นงบประมาณที่ผู้ประกอบในนิคมได้นำมาลงทุนร่วมกัน
ซึ่งเป็นการกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์อื่น
เนื่องจากไม่สามารถรองบประมาณจากทางรัฐบาลได้
ทั้งนี้
ผู้ประกอบการจะยื่นขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลทันทีเมื่อมีความชัดเจนใน
โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำพิเศษ 0.01%ต่อปี
ซึ่งขณะนี้มีผู้ประกอบการได้ยื่นขอกู้ไปแล้วบางส่วน
โดยรัฐบาลจะให้ความช่วยเหลือ 2 ใน 3 ของงบประมาณ
และขณะนี้ทางนิคมโรจนะขณะนี้สามารถเปิดโรงงานได้ประมาณ 35
โรงงานและเดินเครื่องการผลิต 100% ได้ 1 โรงงาน
และมีโรงงานหยุดกิจการไปแล้วประมาณ 14-15 โรงงาน สำหรับการย้ายฐานการผลิต
นายขจรศักดิ์ กล่าวว่า
ผู้ประกอบการส่วนใหญ่รอความชัดเจนในส่วนของเงินประกัน