พิษน้ำท่วมทำตลาดบ้านเดือน ต.ค. หดวูบกว่า 50% คาดทั้งปีติดลบ 25% เผยตลาดซึมยาวข้ามปีถึงสิ้นไตรมาสแรกปีหน้า

นายอิสระ บุญยัง นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า ตลาดบ้านในเดือน ต.ค.นี้ ทั้งการซื้อขายและการโอนได้ชะลอตัวลงไม่น้อยกว่า 50% ซึ่งเป็นผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมที่รุนแรงกว่าที่คาดคิด ซึ่งจะส่งผลให้ตลาดบ้านตลอดทั้งปีจะติดลบประมาณ 25% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
"ใน 8 เดือนแรกของปีมีการโอนบ้านไปแล้วประมาณ 1 แสนหน่วย ขณะที่ 8 เดือนแรกของปีที่แล้วมีการโอนบ้าน 1.2 แสนหน่วย และทั้งปี 1.7 แสนหน่วย ส่วนปีนี้ทั้งปีคาดว่าจะมียอดโอนบ้านลดลงเหลือ 1.3 แสนหน่วย" นายอิสระ กล่าว
สำหรับผลกระทบจากน้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้ คาดว่าจะทำให้กำลัง ซื้อบ้านหดตัวลงอย่างน้อย 50%เพราะมีผู้ได้รับผลกระทบในวงกว้าง ได้แก่ ผู้ที่ประสบภัยน้ำท่วมโดยตรง หรือมีญาติพี่น้องประสบภัย ซึ่งจะต้องมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่ม ส่วนคนที่ไม่ได้รับผลกระทบก็ยังจะชะลอการซื้อออกไปด้วยเช่นกัน
นายอิสระ กล่าวอีกว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมที่รุนแรงตลาดอสังหาริมทรัพย์จะชะลอตัวออกไปจนถึงปลายไตรมาสแรกของปีหน้าเป็นอย่างน้อย เพราะหลังจากน้ำลดจะเข้าสู่ช่วงของการฟื้นฟู ซึ่งต้องใช้เวลา 1-2 เดือนเป็นอย่างน้อย ขณะที่ ผู้ประกอบการยังต้องรอดูสถานการณ์ในการเปิดโครงการใหม่เช่นกัน
"เชื่อว่ารายได้ของหลายๆ บริษัทจะตกลง โดยเฉพาะบริษัทที่มีแผนในการโอนบ้านในช่วงปลายปีนี้ แต่เท่าที่ดูผลประกอบการใน 2 ไตรมาสแรก หลายๆ บริษัทก็มีผลประกอบการลดลงอยู่แล้ว เพราะตลาดปีนี้ชะลอตัวลงจากปีที่แล้วที่มีมาตรการรัฐเข้ามาช่วยสนับสนุน" นายอิสระ กล่าว
ด้านนายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูล อสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์กล่าวว่า ขณะนี้พื้นที่ประสบอุทกภัยในกรุงเทพฯ และปริมณฑลขยายวงกว้างขึ้น มีพื้นที่ใหม่ที่ประสบภัยน้ำท่วมมากขึ้น เช่น สายไหม ดอนเมือง บางใหญ่ บางพลัด บางกอกน้อย ตลิ่งชันและนครปฐมบางส่วน ทำให้ที่เคยประมาณการว่ามีบ้าน ในโครงการจัดสรรทั่วกรุงเทพฯ-ปริมณฑล และพระนครศรีอยุธยา ได้รับความเสียหายในเบื้องต้น 5 หมื่นหน่วยนั้น ต้องปรับเพิ่มขึ้นเป็น 6.5 หมื่นหน่วย
ทั้งนี้ เป็นการนับเฉพาะโครงการจัดสรรที่เปิดขายมาตั้งแต่ปี 2533 และหากรวมบ้านที่ประชาชนสร้างเองที่ประสบภัยน้ำท่วมด้วย น่าจะมีจำนวนหน่วยที่ได้รับผลกระทบ ไม่ต่ำกว่า 3 แสนหน่วย และคาดว่าจะมีมูลค่าความเสียหายในส่วนเฉพาะสิ่งปลูกสร้างรวมเฟอร์นิเจอร์ติดผนังไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นล้าน บาท และอาจเพิ่มสูงขึ้นหากสถานการณ์น้ำท่วมยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง
ขอขอบคุณโพสต์ทูเดย์ 09 พฤศจิกายน 2554
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น