วันอังคารที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ปรับราคาวัสดุก่อสร้าง 5% 'ตราเพชร'

นายสาธิต สุดบรรทัด รองกรรมการผู้จัดการสายการขายและการตลาด บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ระบบหลังคา ไม้สังเคราะห์ พื้นไม้ลามิเนต แผ่นบอร์ดยิปซัมภายใต้แบรนด์ตราเพชร เปิดเผยว่าจากความต้องการใช้วัสดุก่อสร้างโดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ใช้ปูน ซีเมนต์ เป็นส่วนประกอบในการผลิตกระเบื้องหลังคา  ส่งผลให้ราคาขายในไตรมาสแรกปีนี้ ต้องมีการปรับราคาขึ้น 3-5% และคาดว่าทั้งปีต้องปรับราคาขายขึ้นเฉลี่ย  5%

 
สาธิต

“หลังจากผ่านเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ต้นทุนในการผลิตวัสดุก่อสร้างมีการปรับ ตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะปูนซีเมนต์ที่เคยให้ส่วนลด 30% โดยได้ดึงเพดานส่วนลดกลับ 15-20%  อีกทั้งต้นทุนค่าขนส่งปรับสูงขึ้นจากราคาน้ำมัน ทำให้บริษัทฯต้องแยกค่าขนส่งออกต่างหาก และมีการคิดราคาเพิ่มกับตัวแทนจำหน่ายตามระยะทาง”
สำหรับทิศทางการทำตลาดในปีนี้ บริษัทให้ความสำคัญกับช่องทางขายผ่านห้างค้าปลีกวัสดุก่อสร้างขนาดใหญ่มาก ขึ้น หลังจากผู้ประกอบการได้ขยายการลงทุน เปิดสาขาเพิ่มทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัดเพื่อรองรับพฤติกรรมของลูกค้าที่หันมาซื้อสินค้าวัสดุก่อ สร้างผ่านช่องทางดังกล่าวมากขึ้น  ซึ่งในปีที่ผ่านมาช่องทางการขายผ่านโมเดิร์นเทรดมีอยู่ 5% คาดว่าปีนี้จะขยับไปสูงถึง 10%  
พร้อมกันนี้บริษัทจะเน้นขายสินค้าเป็นโซลูชั่นมากขึ้นเพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพ ลดระยะเวลาก่อสร้าง รวมถึงต้นทุน เช่นระบบโครงหลังคาสำเร็จรูป ระบบผนังสำเร็จรูป  กระเบื้องมุงหลังคาจตุลอน และผลิตภัณฑ์กลุ่มไฟเบอร์ซีเมนต์ หลังจากบริษัทฯได้เดินสายการตลาดเอ็นที 10 มีกำลังการผลิต 7.2  หมื่นตัน พร้อมที่จะเริ่มผลิตสินค้าได้กลางปีนี้ ช่วยให้บริษัทฯมีความสามารถการแข่งขันในการทำตลาด  ขณะเดียวกันปีที่ผ่านมาบริษัทฯได้ซื้อที่ดินในจ.สระบุรี เพิ่มอีก 150 ไร่ เพื่อรองรับกับการลงทุนโรงงานผลิตคอนกรีตมวลเบา โดยได้ลงทุนไปจำนวน 700  ล้านบาท คาดว่าจะสามารถเริ่มผลิตได้ในปี 2556  มีกำลังการผลิต 1.4 แสนตันต่อปี ซึ่งจะสร้างยอดขายได้ไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาทต่อปี และคาดว่าจะคืนทุนได้ภายใน 4-5 ปี       
นอกจากนี้บริษัทฯจะขยายตลาดส่งออกเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันที่ส่งออกไปยังตลาดประเทศเพื่อนบ้าน 10 ประเทศ  โดยมองว่าประเทศพม่ามีศักยภาพเพิ่มขึ้นหลังจากรัฐบาลเปิดประเทศ ทำให้เชื่อว่าจะขยายตลาดส่งออกเพิ่มขึ้นเป็น 10% จากปีที่ผ่านมาสัดส่วนการส่งออกอยู่ที่ 7-8%  และคาดว่ายอดขายรวมปีนี้จะเติบโต 13% หรือมียอดขายรวม 3,900  ล้านบาท

โพสต์ทูเดย์

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น