วันเสาร์ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554

น้ำท่วมปี 2554 ที่ผ่านมา กลัวซ้ำรอย ผวาเขื่อนภูมิพลพัง

                       สวัสดีปีใหม่ทุกท่านครับ ท่านผู้อ่านได้อ่านบทความนี้ก็ล่วงเข้าปี 2555 แล้ว ก็ขอให้ 555 สมกับเลขนี้นะครับ ปีที่ผ่านมาเจอมรสุมหลายอย่างพัดพาเข้ามาในชีวิต รวมถึงผู้เขียนด้วย
                        น้ำท่วมทำเอาซะเครียดกันไปตามๆ กันอยู่กับน้องน้ำมาเดือนกว่า ๆ มีบทเรียนราคาแพงแล้วต่อไปนับแต่วันนี้เป็นต้นไปเราท่านก็ต้องเริ่มศึกษาเรียนรู้และย้ำเตือนตัวเองไว้บ้างก็ดีนะครับ ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับน้ำท่วมไว้ จะได้รับมือทันไม่เหมือนปีที่แล้วมาทำอะไรไม่ถูกเลย จะเริ่มอย่างไรก่อนหลัง โซฟาก็ยกคนเดียวไม่ไหว ตู้เย็นวางไว้บนเก้าอี้ ทีวีช่างมันน่าจะรอด น้ำคงไม่สูง ที่ไหนได้ โซฟาแช่มิดทั้งอัน ตู้เย็นลอยเป็นแพ ทีวีจมน้ำเพราะโต๊ะไม้ขี้เลื่อยแช่น้ำนานจะเปื่อย ยุ่ย ล้มแช่น้ำไม่เป็นชิ้นดี เห็นแล้วก็ต้องมาเริ่มกันใหม่ ปล่อยลอยไปกับสายน้ำ    
                        หลังจากได้เป็นผู้ประสบอุทกภัยมา หลาย ๆ สถานที่ที่เราไม่เคยรู้จักมาก่อนก็ได้รู้จักเช่น แยก คปอ. สะพานคู่ ประตูน้ำพระยาสุเรนทร์ เป็นต้น ผมก็พึ่งจะรู้เหมือนกันว่าเขาเรียกกันแบบนั้น
แยก คปอ.
                        วันนี้ได้ติดตามข่าวสารตามหน้าหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ นิตยสารบ้าง เรื่องที่ดัง ๆ ถ้าไม่นับเรื่องยิง ส.ส. ยิง ส.จ. หรือเรื่องมือปืนเมายิงกราดแถวถนนรัชดา แล้วละก็ มีข่าวเรื่องหนึ่งที่เกี่ยวกับน้ำท่วม คือ “ผวาเขื่อนแตก” ก็ต้องเกริ่นนำก่อนว่า ชาวบ้าน จ.ตาก ผวาคำทำนายของ ด.ช.ปลาบู่ ทำนายไว้เมื่อ 38 ปีก่อนว่าเขื่อนภูมิพล จะแตกในวันขึ้นปีใหม่ ปี 2555  แต่ระดับน้ำในเขื่อนก็ยังคงมีปริมาณมาก ทำให้ต้องระบายออกมาวันละ 45 ล้านลูกบาศก์เมตร (สี่สิบห้าล้านนะครับ) โดยเจ้าหน้าที่เขื่อนฯ แจ้งว่าเป็นการระบายตามปกติไม่เกี่ยวกับคำทำนายแต่อย่างใด (ถ้าเป็นจริงผมก็คงไม่รอดเหมือนกันหนีไม่ทัน มัวแต่นั่งนับถอยหลังรับเข้าปีศักราชใหม่) ก็คงต้องนั่งบนแพไม้ที่คอยทำไว้เมื่อสองเดือนที่แล้วมาใช้ไปพลางเป็นแน่
                        อย่างไรเสียชาวบ้านแถว ๆ นั้นต่างก็อพยพหนีไปอยู่บนเขาบนดอยกันหมด เพราะกลัวเขื่อนจะพัง ก็ว่ากันไปอะไรก็เกิดขึ้นได้ขนาดที่ผ่านมาบอกว่าไม่ท่วม น้ำก็ยังท่วม มันห้ามไม่ได้จริง ๆ เวลานี้ก็ต้องกรองข่าวกันดี ๆ ว่าจะเชื่อข่าวทางไหนดีกว่ากัน
                        นายศิริชัย แสงสุวรรณ ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขื่อนภูมิพล ยืนยันว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์ตามคำทำนายดังกล่าวอย่างแน่นอน เพราะว่าเขื่อนยังแข็งแรงและทนทานมาก อีกทั้งยังอนุญาตให้ทางจังหวัดเข้ามาจัดงานเคานท์ดาวน์ บริเวณสันเขื่อนภูมิพลอีกต่างหาก ท่านบอกว่าจะได้ยืนยันและสร้างความสบายใจแก่ประชาชน
                      โดยเขื่อนภูมิพลมีการตรวจสอบความแข็งแรงทั้งรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน รายปี และมีการตรวจสอบความแข็งแรงครั้งใหญ่ทุก ๆ 2 ปี และท่านก็บอกว่ามี 3 ปัจจัยเท่านั้นที่จะทำให้มีโอกาสเขื่อนแตกได้ดังนี้
                      1.น้ำที่มีปริมาณเต็มความจุ ซึ่งอาจทำให้เกิดการขยับตัวของเขื่อนได้ ซึ่งมักเกิดขึ้นในเขื่อนที่สร้างใหม่ แต่เขื่อนภูมิพลเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้มา 3 ครั้งแล้ว
                        2.แผ่นดินไหว ซึ่งเขื่อนภูมิพลถูกออกแบบให้รองรับแรงสั่นสะเทือนได้มากถึง 7.5 ริกเตอร์ ถือว่าเป็นเขื่อนที่มีความแข็งแรงมาก และที่ผ่านมาแผ่นดินไหวครั้งล่าสุดในประเทศพม่าแรงสั่นสะเทือนก็ยังมาไม่ถึง
                        3.การก่อวินาศกรรม ซึ่งกรณีนี้โอกาสเป็นไปได้น้อยมาก เพราะที่ตั้งของเขื่อนไม่มีแนวติดกับชายแดนแต่อย่างใด
                        เมื่อได้อ่านมาถึงบรรทัดนี้ก็คงเบาใจได้แล้วนะครับ อีกทั้งตอนนี้เวลาก็เข้าปี 2555 แล้วเขื่อนก็ยังไม่แตกนะครับ นอกจากจะมีเหตุการณ์ 3 ข้อข้างต้นเกิดขึ้น ดังนั้นควรคำนึงถึงข้อเท็จริงต่าง ๆ ประกอบด้วย ไม่ใช่เชื่อคำทำนายเสมอไป อย่างคำโบราณว่า “ฟังหูไว้หู” ไว้เจอกันในครั้งหน้าครับ
                        สวัสดีครับ.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น