นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยถึงภาพรวมอสังหาฯในปี 2555 ว่าสถานการณ์จะดีขึ้นหรือไม่นั้นอยู่ที่ปัจจัยที่มากระทบ
โดยปัจจัยลบที่ต้องจับตามองคือ เศรษฐกิจต่างประเทศ โดยเฉพาะทางยุโรป
และค่าแรงที่เตรียมปรับขึ้นในช่วงเดือนเมษายน ทั้งนี้
หากมีการปรับขึ้นจริงก็จะส่งทั้งผลดีต่อผู้ประกอบการและผู้ซื้อ
และจะส่งผลลบให้ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้น, ราคาวัสดุก่อสร้าง, การขาดแคลนแรง งาน, ความกังวลเกี่ยวกับวิกฤตน้ำท่วม และการเมืองภายในประเทศ
ซึ่งหากไม่มีปัจจัยดังกล่าวมากระทบคาดว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ในปี
2555 น่าจะโตที่ 4%
ทั้งนี้
คาดว่าจากสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในปีนี้จะส่งผลให้ตลาดอสังหาฯซบเซาไปอีกประมาณ
3-6
เดือน โดยในพื้นที่ที่มีระดับน้ำท่วมสูงการซื้อขายน่าจะลดลงประมาณ
50% ซึ่งต้องใช้เวลาฟื้นตัวอีก 3-5
เดือน ในพื้นที่ที่มีน้ำท่วมเล็กน้อยการซื้อ ขายน่าจะลดลง 25-30% ดีมานด์น่าจะกลับมาอีกครั้งในช่วงกลางปี 2555 เนื่องจากผู้ซื้อส่วนใหญ่มีค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมบ้าน
ส่งผลให้กำลังซื้อและความต้อง การซื้อหายไปชั่วคราว คาดว่าในปี 2555 การเปิดตัวโครงการแนวสูงจะกลับเพิ่มมากขึ้น
เนื่องจากมีการเลื่อนโครงการมาจากปี 2554
คาดว่ายอดขายคอนโดมิเนียมในปี 2555 น่าจะมากกว่าปี
2554 ประมาณ 10,000 หน่วย จากเดิม
44,000 หน่วย
ด้านนายธำรง ปัญญาสกุลวงศ์ นายกสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวว่า
ผู้บริโภคจะชะลอซื้อบ้านใหม่ออกไปอีกอย่างน้อย 1 ปี เพราะความกังวลจากปัญหาน้ำท่วม
และตลาดคอนโดฯไม่ได้รับอานิสงส์ที่คนหันมาซื้อทดแทนบ้านที่ถูกน้ำท่วม
เนื่องจากผู้บริโภคไม่ต้องการที่จะซื้อบ้านช่วงนี้
และหลังจากนี้ไปราคาคอนโดฯจะต้องปรับขึ้นทุกปีในระดับ 5-10%
สำหรับแนวทางการแก้ปัญหานั้น ส่วนสำคัญต้องมาจากภาครัฐ
รัฐต้องประกาศให้ชัดเจนว่าเหตุการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้จะเป็นน้ำท่วมครั้งสุดท้าย
เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ประกอบการและผู้บริโภคว่าภาครัฐจะสามารถรับมือกับสถานการณ์น้ำที่อาจเกิดขึ้นได้อีกในอนาคต
ด้านนายกิตติพล ปราโมช ณ อยุธยา นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย กล่าวว่า ในปี 2555 อาจจะเกิดปัญหาภัยธรรมชาติรุนแรงขึ้นอีก เช่น ปัญหาแผ่นดินไหว น้ำท่วม
หรือโรคระบาด จึงอยากกระตุ้นให้ผู้ประกอบการเร่งปรับตัวเพื่อรับ มือ
ทั้งการกระจายความเสี่ยงการลงทุนในพื้นที่อื่น ทั้งในต่างจังหวัดและปริมณฑล
ปรับมาลงทุนธุรกิจอื่นๆ จากเดิมลงทุนบ้านเดี่ยวก็ขยายมาลงทุนคอนโดฯ
หรือขยายตลาดไปเจาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติ ส่วนข้อเสนอไปยังภาครัฐนั้น
อยากให้มีมาตรการจัดการน้ำให้ชัดเจนที่สุด วาง กฎหมายผังเมืองให้เป็นระบบ
หากรัฐสามารถดำเนินการทุกอย่างได้
เชื่อว่าตลาดอสังหาฯและเศรษฐกิจจะกลับมาฟื้นตัวโดยเร็ว
นายอธิป พีชานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า
ภาพรวมธุรกิจอสังหาฯในปี 2555 คาดว่าจะกลับมาฟื้นตัวชัดเจนในช่วงครึ่งปีหลัง
โดยช่วงครึ่งปีแรกทำเลที่ไม่ถูกน้ำท่วมน่าจะมียอดขายที่ดีขึ้น
รวมถึงราคาขายที่สูงขึ้น ส่วนทำเลที่ถูกน้ำท่วมคาดว่าใช้เวลาฟื้นฟู 2 ไตรมาสก่อนกลับสู่ภาวะปรกติ
สำหรับปัจจัยเสี่ยงต่อธุรกิจอสังหาฯในปีหน้ายังเป็นเรื่องเงินเฟ้อที่อยู่ระดับสูงกดดันให้ดอกเบี้ยไม่สามารถปรับลดลงได้
นายกิติศักดิ์ จำปาทิพย์พงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นจูรี
21 เรียลตี้ แอฟฟิลิเอทส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมอสังหาฯในปี
2555 มีปัจจัยเสี่ยงสูงในการลงทุน
โดยเฉพาะความเสี่ยงเรื่องความไม่แน่นอนด้านการ เมือง และอัตราดอกเบี้ย
รวมถึงการขยับขึ้นของราคาที่ดินและวัสดุก่อสร้าง
โดยเฉพาะปัญหาการเมืองเป็นตัวลดความเชื่อมั่นการลงทุน
บทสรุปภาพรวมตลาดอสังหาฯปีมังกร คาดว่าจะค่อยๆ ฟื้นตัว
โดยคนซื้อบ้านจะเริ่มกลับมาในช่วงครึ่งหลังของปี
ในส่วนของภาครัฐการใช้ประโยชน์ที่ดินในผังเมืองรวม กทม.
จะต้องมีความชัดเจนว่าพื้นที่ไหนน้ำท่วม
โดยเฉพาะพื้นที่ด้านภูมิศาสตร์ที่เป็นพื้นที่รับน้ำโดยธรรมชาติ กทม. ควรประกาศ
ให้ชัดเจนที่ผู้ซื้อบ้านจะต้องรับความเสี่ยงในการถูกน้ำท่วม
ขณะที่ผู้ประกอบการเองควรมีจรรยาบรรณ
หากรู้ว่าพื้นที่ไหนเป็นแหล่งรับน้ำก็ไม่ควรพัฒนาโครงการย่านนั้น
ที่มา : หนังสือพิมพ์โลกวันนี้
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น