LPN ตั้งเป้ารายได้ปี55 โต 10 - 15% หลังตุน Backlog แล้วกว่า 1.4 หมื่นล้านบาท จ่อเปิดโครงการเพิ่มปีหน้า 10 โครงการ มูลค่า
1.5 หมื่นล้านบาท พร้อมคาดยอดโอนที่ดินก่อนสิ้นปีนี้พุ่งกระฉูด
หลังคลังจ่อปรับเพิ่มราคาประเมินที่ดิน 1 ม.ค. 55 ยันไม่กระทบ ต้นทุน บริษัทฯ เพิ่ม
มั่นใจรายได้ปีนี้เข้าเป้า 1.2 หมื่นล้านบาท หลังโครงการขายหมดเกลี้ยง
ก่อนน้ำท่วม
นายโอภาส ศรีพยัคฆ์
กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (LPN)
เปิดเผยว่า บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้ในปี 55 เติบโตประมาณ 10-15%
เบื้องต้น มาจากการรับรู้ รายได้จากยอดขายในมือ (Backlog) ประมาณกว่า 1.4 หมื่นล้านบาท โดยจะทยอยรับรู้รายได้ในปีหน้าประมาณ 1.3
หมื่นล้านบาทส่วนที่เหลือประมาณ 1-2 พันล้านบาท จะรับรู้รายได้ในปี 56
และได้เตรียมงบประมาณไว้ซื้อที่ดินในปีหน้า 2.5 พันล้านบาท นอกจากนี้
ในปีหน้าบริษัทฯ เตรียมเปิดโครงการเพิ่ม 10 โครงการมูลค่าประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท
โดยจะสามารถทยอย รับรู้รายได้ในปี 2556-2557
ทั้งนี้ ประเมิน
แนวโน้มตลาดฯ อสังหาฯ ในปีหน้าคาดว่าพฤติกรรม ผู้บริโภคจะเริ่มส่งสัญญาณ
ดีขึ้นได้ตั้งแต่ไตรมาส 1/55 เป็นต้นไป เนื่องจาก
ความเชื่อมั่นผู้บริโภคหลังเหตุการณ์น้ำท่วมจะเริ่มกลับเพราะรัฐบาลจะมีแนวทาง
ในการป้องกันมากขึ้น นอกจากนี้
คาดว่าพฤติกรรมผู้บริโภคจะมีความต้องการที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียมมากขึ้น
นอกจากนี้
คาดว่าภายในสิ้นปีนี้ยอดการโอนที่ดินจะปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงมาก
เนื่องจากกระทรวงการคลังได้ปรับเปลี่ยนราคาประเมินที่ดินทั่วประเทศใหม่ในวันที่ 1
มกราคม 2555 ทั้งนี้ราคาที่ดินทั่วประเทศเพิ่มขึ้น โดยเฉลี่ยประมาณ 21.34%
ทำให้ต้องเสียภาษีการโอนและขายที่ดินเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี
นโยบายดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบต่อต้นทุนของ
บริษัทฯ ในการซื้อที่ดิน เพราะราคาขายที่ดินในตลาดฯ
จะสูงกว่าราคาประเมินอยู่แล้ว ประกอบกับราคาประเมินคอนโดฯ
และบ้านยังไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง โดยปัจจุบันบริษัทฯ มีต้นทุน ซื้อที่ดินประมาณ
25% ของรายจ่ายทั้งหมดส่วนที่เหลือ 75% เป็นต้นทุน ค่าก่อสร้าง
พร้อมกันนี้ นายโอภาส
กล่าวด้วยว่า รายได้ในปีนี้จะเป็นไปตามเป้าที่ 1.2 หมื่นล้านบาท เนื่องจากบริษัทฯ
ได้ขายโครงการหมดก่อนช่วง เกิดวิกฤตน้ำท่วม เดือนต.ค. 54 ทั้งนี้ บริษัทฯ
จะมีการประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เพื่อจ่ายปันผลให้กับผู้ถือหุ้นปี 54 ในช่วงเดือน
มี.ค. 55 ภายหลังจากได้จ่ายปันผลระหว่างกาลในช่วงกลางปี
ไปเรียบร้อยแล้ว
ที่มา: หนังสือพิมพ์ดิจิตอล
Investor Station
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น