วันเสาร์ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554

โซนรัชดาฯ-พระราม 9 บูม ปี 55 รายใหญ่แห่ผุดคอนโดฯ รับกำลังซื้อ-แหล่งธุรกิจ-บันเทิง ( 28 ธันวาคม 2554 )


นายพนม กาญจนเทียมเท่า กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า ภาวะการแข่งขันธุรกิจคอนโดฯ ในกรุงเทพฯ ณ ไตรมาสที่ 3 พ.ศ. 2554 ค่อนข้างรุนแรง ถึงแม้ว่าความต้องการคอนโดมิเนียมมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น อันเนื่องมาจากสถานการณ์น้ำท่วม หากแต่ในช่วงไตรมาสที่ 3 เป็นช่วงที่คนกรุงเทพฯเดินทางออกต่างจังหวัด เนื่องจากหนีน้ำท่วม ไปยังเมืองท่องเที่ยว กล่าวคือ พัทยา และหัวหิน ทำให้จำนวนห้องขายของ คอนโดฯในกรุงเทพฯ ลดลงอย่างชัดเจน ในทางกลับกันคอนโดฯในพัทยาและหัวหินมีจำนวนการขายซื้อเพิ่มขึ้น โดยผู้ซื้อส่วนใหญ่คือ คนไทย และมาจากกรุงเทพฯนอกจากนี้ ยังมีโครงการคอนโดฯ ในกรุงเทพฯที่เลื่อนการเปิดตัวไปในไตรมาสที่ 4 หรือบางโครงการเลื่อนไปเปิดตัวปี 55 อย่างไรก็ตามภาวะการแข่งขันของคอนโดฯในกรุงเทพฯ คาดว่าจะทวีความรุนแรงในปีหน้า
ณ ไตรมาสที่ 3 มีโครงการคอนโดฯเปิดขายใหม่เพียง 6 โครงการ จำนวนหน่วยรวม2,417 หน่วย ส่งผลให้อุปทานสะสมมีจำนวน253,744 หน่วย ใน 6 โครงการ มี 1 โครงการที่เป็นคอนโดมิเนียมระดับพรีเมียมเกรด กล่าวคือโครงการที่ระดับราคาขายสูงกว่า 150,000 บาทต่อตารางเมตร ซึ่งโครงการดังกล่าวคือ โครงการมาเวล เรสซิเดนท์ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณทองหล่อ
นางสาวริษิณี สาริกบุตร ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและประเมินมูลค่าทรัพย์สิน บริษัทไนท์แฟรงค์ฯ กล่าวว่า จำนวนอุปทานคอนโดฯใหม่ส่วนใหญ่ตั้งอยู่บริเวณชานเมือง และโครงการเปิดใหม่บริเวณชานเมืองทั้งหมดตั้งอยู่บริเวณถนนแจ้งวัฒนะ มีจำนวนยูนิตเปิดขายใหม่สูงถึง 1,543 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 64 ของจำนวนอุปทานเปิดขายใหม่ รองลงมาได้แก่บริเวณรอบใจกลางเมือง อันได้แก่ถนนรัชดาภิเษก และพระราม 9 มีอุปทานเปิดขายใหม่ร้อยละ 27 และบริเวณตัวเมืองชั้นใน มีอุปทานเปิดขายใหม่เพียงร้อยละ 9 จำนวนคอนโดมิเนียมที่ขายในช่วงไตรมาสที่ 3 มีเพียง1,140 หน่วย โดยคิดจากโครงการที่เปิดขายใหม่เท่านั้น หากเทียบกับครึ่งปีแรก มีจำนวนคอนโดมิเนียมขายได้สูงถึง 14,907 หน่วยระดับราคาขายปรับเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ2.5 จากไตรมาสที่แล้ว นอกจากนี้ ระดับราคาขาย ของคอนโดมิเนียมใจกลางเมืองและคอนโด-มิเนียมบริเวณรอบใจกลางเมืองมีช่วงห่างที่แคบลง ทั้งนี้ เนื่องจากราคาที่ดินในบริเวณรอบใจกลางเมืองที่มีระบบสาธารณูปโภค กล่าวคือ รถไฟฟ้า ครบครัน และสะดวก มีการปรับราคาที่ดินเพิ่มขึ้น จึงส่งผลให้ราคาขายสูงขึ้น
นายพนม ให้ข้อสังเกตว่าโครงการคอนโดฯ โดยส่วนใหญ่ที่จะเปิดขายในปีหน้า ส่วนใหญ่ตั้งอยู่บริเวณถนนรัชดาภิเษกและพระราม 9 ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลที่ดินที่มีการซื้อขายโดยบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ นอกจากนี้โครงการคอนโดฯที่เปิดขายในปีหน้าพัฒนาโดยบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ กล่าวคือ แอล พี เอ็น, พฤกษา, ควอลิตี้ เฮ้าส์, ศุภาลัย,ไอดิโอ, โนเบิล, เอส ซี แอทแซท, เอ็ม บี เค, จีแลนด์ และแสนสิริ ทั้งนี้ เนื่องจากภาวะการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง ส่งผลให้ผู้ประกอบการรายย่อย ไม่สามารถที่จะแข่งขันในด้านราคาได้หากเทียบ กับผู้ประกอบการรายใหญ่ นอกจากนี้บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ดังกล่าวยังมีแผนการพัฒนาโครงการในบริเวณเมืองท่องเที่ยว เช่น พัทยา หัวหิน ภูเก็ต และสมุยอีกด้วย เพื่อกระจายความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุน
รร.ภูเก็ตแข่งขันสูง ค้าปลีกบูม
นายณัฎฐา คหาปนะ ผู้อำนวยการ บริษัทไนท์แฟรงค์ ภูเก็ต จำกัด กล่าวว่า  ภูเก็ตกำลังจะอยู่ในช่วงไฮซีซัน และมีโครงการห้างค้าปลีกที่จะเกิดขึ้นมากมายในป่าตองและหาดสุรินทร์โครงการที่น่าสนใจที่สุดคือ ป่าตอง พรอมเมอนาด พัฒนาโดยบริษัท บ้านสุโขทัย
เบนซี่มอลล์ก็เป็นอีกโครงการที่น่าสนใจโครงการนี้ตั้งอยู่บนถนน วิรัชหงษ์หยก เมืองเก่าภูเก็ตซึ่งมีความเป็นได้ที่จะเป็นศูนย์กลางธุรกิจในอนาคต โครงการนี้ประกอบไปด้วยพื้นที่15 ไร่ สำหรับตึกค้าปลีกมีจำนวนทั้งหมด 250 ยูนิตซึ่งแบ่งเป็น 2 ชั้น จำนวน 1 ตึก และชั้นเดียวจำนวน 5 ตึก นอกจากนี้ยังมีสวนน้ำขนาด60x20 เมตรซึ่งตั้งอยู่กลางโครงการ
บานาน่า วอล์ค เป็นอีกมอลล์หนึ่งที่ให้ความรู้สึกของทะเลด้วยการนำหิน ไม้ แก้วและไม้ไผ่มาเป็นส่วนในการก่อสร้าง โครงการนี้มีร้านค้าปลีก 30 ร้าน ร้านอาหาร 5 ร้าน และมีไนต์คลับซึ่งอยู่บนชั้นสูงสุด โครงการทั้งหมดตั้งอยู่บนพื้นที่ 4,500 ตร.ม. ในซอยบางลา เพียงแค่ 100 ม.จากทะเล
ธุรกิจบันเทิงแห่ผุดเป็นดอกเห็ด
นายณัฎฐา กล่าวว่า ไม่เพียงแค่โครงการค้าปลีกที่ใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นในภูเก็ต แต่ธุรกิจบันเทิงเช่น สยามนิรมิตบนถนนเทียมร่วมมิตรก็จะเปิดให้บริการในภูเก็ตบนพื้นที่ 50 ไร่ ถนนรัษฎาสามกอง โครงการนี้ประกอบไปด้วยที่นั่ง 1,750 ที่นั่ง นอกจากนี้ สวนน้ำใหญ่แห่งใหม่กำลังสร้างอยู่ที่ทางเหนือของเซ็นทาราแกรนด์ซึ่งมีถึง 12 วอเตอร์สไลด์ภูเก็ตมีโรงแรมมากมาย อย่างไรก็ตาม สิ่งอำนวยความสะดวกใหม่ๆ จะทำให้นักท่องเที่ยวเพลิดเพลินกับช่วงเวลาพักผ่อน
นางสาวริษิณี กล่าวว่าผลการวิจัยของบริษัทได้แสดงให้เห็นว่าอัตราการเข้าพักของโรงแรม 4 ดาวมีอัตราการเข้าพักที่ปรับตัวสูงขึ้นจากร้อยละ 64.83 ในปีที่แล้ว มาเป็นร้อยละ 75 ในระยะเวลา 10 เดือนแรกของปีพ.ศ. 2554 บริเวณป่าตองเป็นบริเวณที่มีอัตราการเข้าพักสูงที่สุดถึงร้อยละ 82 อย่างไรก็ดี อัตราการเข้าพักโรงแรมแบบประหยัด หรือบัดเจ็ตโฮเทลน่าจะมีอัตราการเข้าพักที่ค่อนข้างสูง เนื่องจากนักท่องเที่ยวที่มาท่องเที่ยวภูเก็ตมีการเปลี่ยนแปลงกลุ่มนักท่องเที่ยวซึ่งกลุ่มปัจจุบันมักเป็นนักท่องเที่ยวที่ค่อนข้างคำนึงถึงระดับราคา โรงแรมสี่ดาวที่เปิดใหม่ในภูเก็ตมีจำนวน1,170 หัองพัก จาก 8 โครงการ และกระจายตามบริเวณหาดต่างๆ ในภูเก็ต ได้แก่หาดไม้ขาวหาดป่าตอง และอื่นๆ  ส่งผลให้จำนวนห้องพักโรงแรมสี่ดาวในภูเก็ตมีจำนวนรวม 12,496 ห้องพัก
จากข้อมูลของกรมการท่องเที่ยวระบุว่าภูเก็ตเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความสำเร็จสูงสุดในระยะเวลา 10 เดือนแรกของปีนี้ โดยนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวซึ่งเป็นชาวตะวันออกกลางมีจำนวนนักท่องเที่ยวปรับตัวสูงขึ้นถึงร้อยละ 63.2 นักท่องเที่ยวชาวเอเชีย มีอัตราการเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 41 และนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย มีอัตราการเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 14.5 จากจำนวนนักท่องเที่ยว ณ ปีพ.ศ. 2553
ระดับราคาเฉลี่ยค่าห้องพักโรงแรม 4 ดาวในภูเก็ตในบริเวณหาดป่าตอง มีระดับราคาเฉลี่ยสูงขึ้นจาก 2490.76 บาทต่อคืน ในปี พ.ศ.2553 เป็น 2510.35 บาทต่อคืน ในช่วง 10 เดือนแรกของปีนี้ อย่างไรก็ดี จากการสำรวจพบว่ามีโครงการโรงแรมสี่ดาวที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างอีกถึง 12 โรงแรม ดังนั้น ภาวะการแข่งขันของโรงแรมบริเวณหาดป่าตองในอนาคตมีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้น หากจำนวนนักท่องเที่ยวในปีต่อๆ ไปไม่เพิ่มจำนวนหรือเพิ่มในอัตราส่วนที่น้อยกว่าอุปทาน นอกจากนี้ กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวภูเก็ตในปัจจุบันมีระยะเวลาการเข้าพักที่สั้นลง กล่าวคือ เพียง 3-4 คืน ในขณะที่นักท่องเที่ยวกลุ่มเดิมที่เป็นชาวยุโรปมีระยะเวลาการเข้าพักที่ยาวตั้งแต่ 1 สัปดาห์ ถึง1 เดือน
"สถานการณ์โรงแรมในภูเก็ตในอนาคตจะมีแนวโน้มการแข่งขันสูง ทั้งจากโรงแรมที่เปิดใหม่เป็นจำนวนมาก และจากคอนโดมิเนียมที่ปล่อยเช่า ซึ่งทำการเสนอราคาเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้าพักในระยะยาวอีกด้วย"
ก่อนหน้านี้  บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้จำกัด กล่าวว่า ตลาดรวมธุรกิจ ซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ในหัวหินและภูเก็ต เติบโตอย่างมากในช่วงปลายปี โดยในส่วนลูกค้าทั้งหมดมีอัตราการเช่าเพิ่มสูงขึ้นกว่า 50% เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 53 ขณะที่เดือนต.ค. อัตราการเช่าสูงขึ้นเกือบ 200% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว เหตุเพราะผลกระทบจากน้ำท่วมส่งผลให้คนกรุงเทพฯ และปริมณฑล ต้องการเช่าคอนโดฯ และบ้านพักตากอากาศที่หัวหินเพื่อหนีน้ำท่วมกันมาก
ขณะที่ภาพรวมตลาดซื้อ-ขายเช่า อสังหาฯใน จ.ภูเก็ต เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงของลูกค้าคนไทยที่มองหาโครงการแนวราบไปสู่การซื้อขายคอนโดฯมากขึ้น แต่สำหรับลูกค้าชาวต่างชาติโครงการที่ซื้อขายยังคงนิยมซื้อขายเป็นบ้านเดี่ยวหรือ Pool Villa ขนาดใหญ่เช่นเดิม
ที่มา : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น